หลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา

สำหรับนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา มีหลักสูตร 2  ระดับ

ระดับปริญญาเอก

หลักสูตรรัฐศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชารัฐศาสตร์ (หลักสูตรใหม่ พ.ศ. 2568)

ภาษาไทย : หลักสูตรรัฐศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชารัฐศาสตร์
ภาษาอังกฤษ : Doctor of Political Science Program in Political Science
ชื่อปริญญาและสาขาวิชา
ชื่อเต็ม (ภาษาไทย) : รัฐศาสตรดุษฎีบัณฑิต (รัฐศาสตร์)
ชื่อย่อ (ภาษาไทย) : ร.ด. (รัฐศาสตร์)
ชื่อเต็ม (ภาษาอังกฤษ) : Doctor of Political Science (Political Science)
ชื่อย่อ (ภาษาอังกฤษ) : D.Pol.Sc. (Political Science)
วิชาเอก
ไม่มี
จำนวนหน่วยกิตที่เรียนตลอดหลักสูตร
54 หน่วยกิต
รูปแบบของหลักสูตร 
5.1 รูปแบบ
หลักสูตรระดับปริญญาเอก แผน 2 แบบ 2.1
5.2 ภาษาที่ใช้
จัดการเรียนการสอนเป็นภาษาไทยเป็นหลัก โดยอาจมีเอกสาร และตําราเป็นภาษาอังกฤษบางรายวิชา
5.3 การรับเข้าศึกษา
รับนักศึกษาไทยและนักศึกษาต่างประเทศที่ใช้ภาษาไทยและภาษาอังกฤษได้ดี
5.4 ความร่วมมือกับสถาบันอื่น
เป็นหลักสูตรของสถาบันโดยเฉพาะ
5.5 การให้ปริญญาแก่ผู้สำเร็จการศึกษา
ให้ปริญญาสาขาวิชาเดียว
จุดเด่น
เป็นหลักสูตรที่มุ่งผลิตดุษฎีบัณฑิตที่มีความรู้ความเข้าใจวิชาการทางรัฐศาสตร์ตามแนวพระพุทธศาสนา มีคุณธรรม จริยธรรมและมีจรรยาบรรณในการปฏิบัติหน้าที่ของนักรัฐศาสตร์
มีทักษะของนักปกครองตามหลักธรรมาภิบาล สามารถพัฒนางาน พัฒนาอาชีพหรือวิชาการ พัฒนาตนและพัฒนาสังคมที่เหมาะสมกับการดำรงชีวิตในยุคดิจิทัล โดยสอดแทรกเรื่องคุณธรรม จริยธรรมทางพระพุทธศาสนาตามรายวิชาต่าง ๆ ในหลักสูตร รวมทั้งมีการบรรยายรายวิชาทั้งภาคภาษาไทยและภาษาอังกฤษทบทวน ส่งเสริมพัฒนาทักษะด้านภาษาอังกฤษด้วยการวัดและประเมินผลสัมฤทธิ์ตลอดระยะเวลาที่ศึกษาอยู่ในหลักสูตร
คุณสมบัติผู้สมัคร
สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท หรือเทียบเท่าจากมหาวิทยาลัยหรือสถาบันการศึกษา
ที่สภามหาวิทยาลัยรับรอง ในกรณีที่เป็นนักศึกษาจากต่างประเทศจะต้องเป็นมหาวิทยาลัยที่ ก.พ.รับรองหรือคณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัยเห็นชอบ และคุณสมบัติอื่น ๆ ซึ่งบัณฑิตวิทยาลัยจะประกาศให้ทราบเป็นปี ๆ ไป
สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท โดยมีคะแนนเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า 3.00 จากระบบ 4 แต้ม หรือเทียบเท่า ในกรณีที่ขาดคุณสมบัติดังกล่าว คณะกรรมการบัณฑิตวิทยาลัยอาจพิจารณารับสมัครได้โดยพิจารณาจากผลงานทางวิชาการ ประสบการณ์การทำงาน ความรู้ และความสามารถ
สำหรับผู้ที่ไม่เคยผ่านการศึกษาทางด้านรัฐศาสตร์และพุทธศาสตร์ต้องศึกษารายวิชา
ปรับพื้นฐานไม่น้อยกว่า 6 หน่วยกิต หรือตามเหมาะสมโดยให้ยึดมติคณะกรรมการบริหารหลักสูตรเป็นที่สิ้นสุด
ต้องไม่เคยถูกลงโทษให้พ้นจากสถานภาพการเป็นนักศึกษาจากสถาบันการศึกษา
หรือมีบุคลิกภาพที่ไม่เหมาะสม
คุณสมบัติ นอกเหนือจากข้อ 1 – 5 ให้เป็นไปตามระเบียบของมหาวิทยาลัยมหามกุฏราช
วิทยาลัย หรือคณะ/สาขาวิชา หรือการเห็นชอบจากคณะกรรมการบริหารหลักสูตรอย่างเอกฉันท์
จบแล้วทำอาชีพอะไร
ข้าราชการในหน่วยงานภาครัฐ อาจารย์ในมหาวิทยาลัย รัฐวิสาหกิจ ประกอบด้วย
เจ้าพนักงานปกครองปฏิบัติการ (ปลัดอำเภอ) นักวิชาการวัฒนธรรมปฏิบัติการ นักวิชาการศาสนาปฏิบัติการ นักการทูตปฏิบัติการ อาจารย์ในสถานศึกษา นักวิชาการศึกษา นักวิเคราะห์นโยบายและแผน นักทรัพยากรบุคคล ตำรวจ ทหาร
ผู้บริหารระดับสูงในองค์กรภาครัฐและเอกชน
ผู้บริหารในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ องค์การมหาชน และองค์การไม่แสวงหาผลกําไร
นักการเมืองระดับท้องถิ่นหรือระดับชาติ
ประกอบอาชีพอิสระที่นําความรู้ ความสามารถทางรัฐศาสตร์ไปประกอบอาชีพอิสระได้
รายละเอียดเพิ่มเติม

        

หลักสูตรรัฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐศาสตร์ (หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2568)

ภาษาไทย : หลักสูตรรัฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐศาสตร์
ภาษาอังกฤษ : Master of Political Science Program in Political Science
ชื่อปริญญาและสาขาวิชา
ชื่อเต็ม (ภาษาไทย) : รัฐศาสตรมหาบัณฑิต (รัฐศาสตร์)
ชื่อย่อ (ภาษาไทย) : ร.ม. (รัฐศาสตร์)
ชื่อเต็ม (ภาษาอังกฤษ) : Master of Political Science (Political Science)
ชื่อย่อ (ภาษาอังกฤษ) : M.Pol.Sc. (Political Science)
วิชาเอก
ไม่มี
จำนวนหน่วยกิตที่เรียนตลอดหลักสูตร
42 หน่วยกิต
รูปแบบของหลักสูตร 
5.1 รูปแบบ
หลักสูตรระดับปริญญาโท แผน 1 แบบวิชาการ / แผน 2 แบบวิชาชีพ
5.2 ภาษาที่ใช้
ใช้การจัดการเรียนการสอนภาษาไทยเป็นหลัก โดยอาจมีเอกสารและตําราเป็นภาษาอังกฤษบางรายวิชา
5.3 การรับเข้าศึกษา
รับนักศึกษาไทยและนักศึกษาต่างชาติที่ใช้ภาษาไทยได้
5.4 ความร่วมมือกับสถาบันอื่น
เป็นหลักสูตรของสถาบันโดยเฉพาะ
5.5 การให้ปริญญาแก่ผู้สำเร็จการศึกษา
ให้ปริญญาสาขาวิชาเดียว
จุดเด่น
ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการพัฒนาความรู้และทักษะด้านรัฐศาสตร์อย่างรอบด้าน 
เปิดโอกาสให้ผู้เรียนพัฒนาองค์ความรู้ได้ด้วยตนเองและให้เกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิตกับคนทุกช่วงวัย โดยไม่จํากัดเฉพาะศาสตร์ด้านรัฐศาสตร์เพียงอย่าง
เน้นผสานองค์ความรู้จากศาสตร์ต่าง ๆ ที่เกิดจากทั้งประสบการณ์ทางวิชาชีพ และวิชาการ ทักษะต่าง ๆ เชื่อมโยงกับหลักพระพุทธศาสนาด้วยเทคนิควิธีการและเทคโนโลยีสมัยใหม่ตามยุคสมัย
หลักสูตรดำเนินการสร้างเครือข่ายทางวิชาการและวิชาชีพด้านรัฐศาสตร์และองค์กรทางศาสนา
พัฒนาทักษะผู้เรียนให้เกิดการผสานความรู้ทางรัฐศาสตร์และพระพุทธศาสนา
เน้นการศึกษาปฏิบัติและศึกษาดูงานจากของจริง เพื่อให้ผู้เรียนเกิดทักษะการแสวงหาความรู้ด้วยตัวเองการมีเหตุผลในการแก้ไขปัญหา การใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการวิเคราะห์และตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง
ส่งเสริมให้เกิดความคิดและความประพฤติที่มีคุณธรรม คำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมและประเทศชาติ จนเกิดเป็นลักษณะนิสัยเป็นที่เคารพและน่าเชื่อถือ และนําไปสู่การคิดเชิงวิพากษ์ในการค้นคว้าวิจัย และผลงานทางวิชาการที่เกิดประโยชน์ทั้งต่อผู้เรียนและสังคมโดยรวมในทุกมิติ
คุณสมบัติผู้สมัคร
สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่าจากมหาวิทยาลัยหรือสถาบันการศึกษาที่สภามหาวิทยาลัยรับรอง
มีเกรดเฉลี่ยสะสมในระดับปริญญาตรีไม่ต่ำกว่า 2.50 จากระบบ 4 ระดับคะแนนหรือเทียบเท่า
ในกรณีที่เกรดเฉลี่ยไม่ถึงเกณฑ์คณะกรรมการบริหารหลักสูตรอาจพิจารณารับสมัครได้โดยพิจารณาจากผลงานทางวิชาการ ประสบการณ์การทำงานติดต่อกันเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปี หรือมีความรู้ และความสามารถที่เกี่ยวข้องกับหลักสูตร
กรณีที่สำเร็จการศึกษาจากสถาบันการศึกษาต่างประเทศ ต้องมีใบรับรองการเทียบวุฒิจาก ก.พ. และคณะกรรมการบริหารหลักสูตรเห็นชอบ
สำเร็จการศึกษาจากการศึกษาคณะสงฆ์ไทย เปรียญธรรม 9 ประโยค
สำหรับผู้ที่ไม่สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรีด้านรัฐศาสตร์ต้องเข้ารับการอบรมเพื่อเตรียมพื้นฐานทางรัฐศาสตร์ตามที่คณะกรรมการบริหารหลักสูตรกำหนด
ต้องไม่เคยถูกลงโทษให้พ้นจากสถานภาพการเป็นนักศึกษาจากสถาบันการศึกษา หรือมีบุคลิกภาพที่ไม่เหมาะสม
คุณสมบัติ นอกเหนือจากข้อ 1-7 ให้เป็นไปตามระเบียบของมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย หรือคณะ/สาขาวิชา หรือการเห็นชอบจากคณะกรรมการบริหารหลักสูตรอย่างเอกฉันท์
จบแล้วทำอาชีพอะไร
ผู้สำเร็จการศึกษาสามารถปฏิบัติงานในองค์กรต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน หรือการ
ประกอบอาชีพอิสระ ทั้งสำหรับผู้ที่เป็นบรรพชิต และคฤหัสถ์ ดังนี้
บรรพชิตสามารถปฏิบัติงานตำแหน่งต่าง ๆ ในองค์กรคณะสงฆ์ได้แก่ พระสังฆาธิการเจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติศาสนพิธีกร พระธรรมทูต พระนักเผยแผ่
พระนักพัฒนาอาจารย์และนักวิชาการในมหาวิทยาลัยทางพุทธศาสนา
องค์การภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ ได้แก่ นักปกครองระดับกลางและระดับสูง ปลัดอำเภอตำรวจ ทหาร อนุศาสนาจารย์บุคลากรทางการศึกษาของรัฐ นักวิจัย นักการทูต นักบริหารทรัพยากรมนุษย์ นักวิเคราะห์นโยบายและแผน นักการเมืองท้องถิ่น นักการเมืองระดับชาติ เจ้าหน้าที่ศาลปกครอง นักพัฒนาชุมชน
องค์การภาคเอกชน ได้แก่ ผู้บริหารระดับกลางและระดับสูง พนักงานธนาคาร พนักงานสถาบันการเงิน เจ้าหน้าที่บริหารงานบุคคล เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป นักสื่อสารมวลชน
องค์กรอิสระ ได้แก่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดิน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
องค์การระหว่างประเทศ ได้แก่ สำนักงานสหประชาชาติ(UN) กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) สำนักงานเลขาธิการอาเซียน
ภาคประชาสังคมต่าง ๆ องค์กรไม่แสวงหาผลกําไร (NGOs) เครือข่ายองค์กรชุมชน
รายละเอียดเพิ่มเติม

Scroll to Top